หน้าหลัก / เรื่องราวของผู้ป่วย

หนุ่มเลบานอนสู้ “มะเร็งยูอิงซาร์โคมา” แพร่กระจายสู่ปอด รักษาด้วยการอุดเส้นเลือดควบคู่ให้คีโมเฉพาะจุดที่ฟูด้า

None

Author:NoneFrom:FUDA

ny14_671119.png


  หนุ่มเลบานอนตรวจพบมะเร็งแพร่กระจายไปปอดหลังเหตุเพลิงไหม้ ก้อนมะเร็งโตจาก 8 ซม. เป็น 17 ซม.

  ตอนที่ตรวจพบว่ามะเร็งแพร่กระจาย นาอูม (นามสมมติ) เพิ่งผ่านเหตุการณ์เพลิงไหม้ครั้งใหญ่ ควันไฟจำนวนมากทำให้เขาสำลักและระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เขาคิดว่าเป็นเพียงอาการบาดเจ็บจากการสูดควันไฟ แต่สิ่งที่รออยู่กลับรุนแรงกว่านั้นมาก นั่นคือ มะเร็งยูอิงซาร์โคมา (Ewing sarcoma) ที่แพร่กระจายไปยังปอด

  หลังเหตุเพลิงไหม้ พายุลูกใหม่ก็เข้ามา — มะเร็งแพร่กระจาย

  นาอูมเป็นชายหนุ่มวัย 25 ปีจากประเทศเลบานอน และยังเป็นนักศึกษาอยู่ ในปี 2018 เขามีอาการท้องน้อยบวมและปวด จึงเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลในท้องถิ่น และได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น “มะเร็งยูอิงซาร์โคมาบริเวณอุ้งเชิงกราน” ซึ่งเป็นมะเร็งชนิดรุนแรงที่เกิดขึ้นได้ในกระดูกหรือเนื้อเยื่ออ่อน และพบได้บ่อยในเด็ก วัยรุ่น และผู้ใหญ่ตอนต้น

  เขากัดฟันต่อสู้กับโรคอย่างเต็มที่ ผ่านการทำเคมีบำบัดทั่วร่างกายถึง 14 ครั้ง และการฉายรังสี 36 ครั้ง โชคดีที่ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจ โดยประเมินผลได้ว่าอยู่ในภาวะ ตอบสนองอย่างสมบูรณ์ (Complete Response: CR)

  แพทย์กำชับว่า ปอดเป็นหนึ่งในตำแหน่งที่มะเร็งชนิดนี้แพร่กระจายได้บ่อย จึงจำเป็นต้องติดตามตรวจอย่างสม่ำเสมอ ในช่วงแรกเขายังคงมาตรวจตามนัด แต่เมื่อผลตรวจในช่วงหลายปีที่ผ่านมาไม่มีความผิดปกติ เขาจึงเริ่มละเลยการติดตาม โดยในช่วง 2–3 ปีหลัง ตรวจเพียงเอกซเรย์ทรวงอกและไม่ได้ทำ CT อีก ขณะที่ผลเอกซเรย์ก็ยังรายงานว่า “ไม่พบความผิดปกติ”

  จนกระทั่งเดือนมีนาคมปีนี้ เกิดเหตุเพลิงไหม้ขึ้นที่บ้าน ควันไฟจำนวนมากกระตุ้นระบบทางเดินหายใจ ทำให้เขาเริ่มมีอาการแน่นหน้าอก เจ็บหน้าอก ไอ และมีเสมหะปนเลือด วันรุ่งขึ้นหลังเกิดเหตุ เขาจึงไปโรงพยาบาลเพื่อทำ CT และกลับพบว่า มีรอยโรคขนาดประมาณ 8 เซนติเมตรในปอดซ้าย

  “ผมแค่หวังว่ามันจะไม่ใช่ก้อนมะเร็ง”

  เขาได้แต่ภาวนาอยู่ในใจอย่างเงียบ ๆ

  เส้นทางการวินิจฉัยที่เต็มไปด้วยความพลิกผัน

  ในช่วงแรก การตรวจชิ้นเนื้อด้วยการส่องกล้องหลอดลม ไม่พบเซลล์มะเร็ง ทำให้เขาแอบมีความหวังว่า “หรือมันอาจเป็นเพียงก้อนเนื้อธรรมดา?”

  แต่หลังจากนั้น ผลการตรวจชิ้นเนื้อด้วยการเจาะกลับชี้ไปที่ มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก (Small Cell Lung Cancer) ทำให้เขาสับสนเป็นอย่างมากว่า “หรือจะเป็นมะเร็งก้อนใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น?”

  อย่างไรก็ตาม เมื่อแพทย์นำประวัติการเป็นมะเร็งยูอิงซาร์โคมาของเขากลับมาพิจารณาร่วมกับผลการตรวจ และผ่านการทบทวนพยาธิวิทยาโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ในที่สุดจึงสรุปได้ว่า ก้อนมะเร็งที่ปอดเป็นการแพร่กระจายของมะเร็งยูอิงซาร์โคมาเดิม

  มะเร็งยูอิงซาร์โคมาและมะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็กต่างสามารถแสดงลักษณะทางพยาธิวิทยาเป็น “เซลล์กลมสีน้ำเงินขนาดเล็ก” (Small Round Blue Cells) ซึ่งมีลักษณะเป็นเซลล์ขนาดเล็ก มีไซโทพลาซึมน้อย นิวเคลียสติดสีเข้ม และโครมาตินละเอียด อีกทั้งยังสามารถเจริญเป็นกลุ่มก้อนหรือเป็นหย่อม ๆ ทำให้เมื่อมีตัวอย่างชิ้นเนื้อหรือชิ้นเนื้อจากการเจาะในปริมาณจำกัด จึงมีโอกาสเกิดความสับสนในการวินิจฉัยได้สูง

  แพทย์ในประเทศบ้านเกิดแจ้งกับเขาว่า นอกจากการทำเคมีบำบัดแล้ว ไม่มีทางเลือกอื่น

  แต่เขาปฏิเสธ เพราะไม่ต้องการกลับไปเผชิญกับความทรมานจากการทำเคมีบำบัดอีกครั้ง เขาจึงหันไปค้นหาวิธีการรักษาทางเลือกต่าง ๆ และถึงขั้นทดลอง “การอดอาหารเพื่อรักษาโรค” โดยหวังว่าจะสามารถ “ทำให้ก้อนมะเร็งขาดอาหารจนตาย”

  แต่ผลกลับตรงกันข้าม ก้อนมะเร็ง เติบโตขึ้นมากกว่าสองเท่า

  เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องเดินทางไปพบแพทย์และค้นหาวิธีการรักษาต่อไปอีกครั้ง

  ก้าวข้ามภูเขาและทะเล มุ่งหน้าสู่เมืองกว่างโจว

  เขาปรึกษาโรงพยาบาลหลายแห่ง จนในที่สุดก็ได้รู้จักกับ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เมืองกว่างโจว ประเทศจีน โดยบังเอิญ สิ่งที่ทำให้เขาสนใจฟูด้าคือ เทคโนโลยีการจี้เย็น (Cryoablation) ที่มีชื่อเสียงในระดับนานาชาติ รวมถึงเขายังได้อ่านประสบการณ์จริงและความคิดเห็นจากผู้ป่วยมะเร็งจำนวนมากที่เคยมารักษาที่นี่ อีกทั้งยังเกิดจากความเชื่อมั่นในศักยภาพด้านการแพทย์ของจีน

  ช่วงปลายเดือนเมษายน 2026 เขาเดินทางมาถึง แผนกการแพทย์ที่ 2 ของโรงพยาบาลฟูด้า และเข้ารับการรักษาอย่างเป็นทางการ

  อย่างไรก็ตาม ในเวลานั้นก้อนมะเร็งในปอดของเขา โตขึ้นจนมีขนาดเกือบ 17 เซนติเมตร และอยู่ใกล้กับเยื่อหุ้มหัวใจ เยื่อหุ้มปอด และหลอดเลือดแดงปอดส่วนบนด้านซ้าย นอกจากนี้หลอดลมยังถูกก้อนมะเร็งกดเบียดและยึดติดจนมีการตีบแคบเฉพาะที่ ส่งผลให้เนื้อปอดด้านซ้ายบางส่วนขยายตัวได้ไม่เต็มที่

  เนื่องจากก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มากและมีเลือดมาเลี้ยงจำนวนมาก จึง ไม่เหมาะสำหรับการรักษาด้วยการจี้ทำลายเฉพาะที่ ทีมแพทย์แผนกการแพทย์ที่ 2 จึงวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลให้กับเขา โดยเลือกใช้ การรักษาด้วยการอุดหลอดเลือดร่วมกับการให้เคมีบำบัดผ่านหลอดเลือด (Interventional Embolization Chemotherapy) เพื่อควบคุมก้อนมะเร็งก่อนค่ะ

  

image.png

(ภาพ CT ขณะเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล)

  ต่างจากการให้เคมีบำบัดทั่วร่างกาย วิธีการรักษานี้จะใช้ลวดนำทางเพื่อ เลือกเข้าสู่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็งโดยเฉพาะ จากนั้นฉีดยาเคมีบำบัดที่มีความเข้มข้นสูงเข้าสู่บริเวณก้อนมะเร็งโดยตรง พร้อมกับทำการอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง

  พูดง่าย ๆ คือ “ตัดเสบียงและส่งยาเข้าโจมตีอย่างแม่นยำ” — อุดกั้นเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง เพื่อให้ก้อนมะเร็งขาดเลือดและสารอาหาร ขณะเดียวกันก็ใช้ยาเคมีบำบัดความเข้มข้นสูงออกฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรงในบริเวณนั้น

  ตัวยาเคมีบำบัดหลักที่ใช้โดยพื้นฐานแล้ว เป็นชนิดเดียวกับการให้เคมีบำบัดทั่วร่างกาย แต่เนื่องจากยาออกฤทธิ์เฉพาะบริเวณ จึงช่วยลดผลข้างเคียงต่อร่างกายโดยรวมได้มากกว่า

  

image.png


  นอกจากมีอาการผิวแห้งเล็กน้อยแล้ว นาอูมไม่เคยมีอาการอาเจียนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ซึ่งเขารู้สึกพึงพอใจกับผลการรักษาเป็นอย่างมาก

  สิ่งที่ทำให้เขาประทับใจและรู้สึกซาบซึ้งยิ่งกว่านั้น คือ ความเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น นพ.หยาง ชิงเฟิง ผู้อำนวยการแผนกการรักษาแบบสอดแทรก, นพ.จง เสี่ยวจวิน รองผู้อำนวยการแผนก และ นพ.ชิว หนิงหนิง รวมถึงทีมบุคลากรทางการแพทย์ ทุกครั้งก่อนเริ่มการรักษา พวกเขาจะคอยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เจ็บไหม?”

  เมื่อได้ยินเสียงหายใจที่ผิดปกติ แพทย์และทีมพยาบาลก็จะรีบสอบถามความรู้สึกของเขาทันที พร้อมตรวจสอบและติดตามอาการซ้ำอย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าเขาปลอดภัยและมีอาการคงที่

  ความอบอุ่นและความใส่ใจเหล่านี้ กลายเป็นกำลังใจสำคัญที่ช่วยให้เขารู้สึกผ่อนคลายและอุ่นใจขึ้นตลอดเส้นทางการรักษาที่แสนยากลำบากนี้

  

image.png

  “ข้อเท็จจริงพิสูจน์แล้วว่า ผมมาที่นี่ไม่ผิดจริง ๆ”

  ผลการตรวจติดตามในทุกครั้งแสดงให้เห็นว่า ก้อนมะเร็งใน CT ค่อย ๆ ลดขนาดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากเข้ารับการรักษาแบบสอดแทรกเป็นครั้งที่ 3 เขาเริ่มรักษาร่วมกับ ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy)

  จนถึงปัจจุบัน ก้อนมะเร็งที่ครั้งหนึ่งเคยมีขนาดเกือบ 17 เซนติเมตร ปัจจุบันลดลงเหลือเพียง 5 เซนติเมตร

  

image.png
image.png

(ก้อนมะเร็งค่อย ๆ ลดขนาดลง)

  แสงสว่างในเสียงเปียโน

  นอกเหนือจากช่วงเวลาที่อยู่ในห้องพักผู้ป่วย เขายังมีอีกหนึ่งกิจวัตรที่ชื่นชอบ นั่นคือการนั่งอยู่หน้าเปียโนบนชั้น 3 ของโรงพยาบาล และบรรเลงเพลงเบา ๆ อยู่เสมอ เสียงโน้ตค่อย ๆ ล่องลอยไปตามทางเดิน ปลอบประโลมผู้ป่วยที่เดินผ่านไปมา และในขณะเดียวกันก็ช่วยปลอบโยนหัวใจของเขาเอง

  ภายในเสียงเปียโนเหล่านั้น ซ่อนความอ่อนโยนของคนที่ผ่านพ้นเหตุการณ์เลวร้ายมาได้ และยังซ่อนความหวังเล็ก ๆ ที่มีต่อวันพรุ่งนี้

  เมื่อบทเพลงจบลง เสียงดนตรีที่ยังคงก้องอยู่ค่อย ๆ จางหายไปท่ามกลางแสงยามเย็นของเมืองกว่างโจว ราวกับแสงสว่างสายหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องส่งเสียงดัง เพียงค่อย ๆ ส่องประกายให้กับเขา และมอบแสงสว่างให้กับทุกคนที่ได้ยินเสียงเพลงนั้น

  

image.png


  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้

  เจาะลึก! "คีโมเฉพาะจุด" ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง

  https://www.youtube.com/watch?v=Ya_u2m8Zzyc


  ปรึกษาโรคมะเร็ง

  หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น  การรักษาด้วยมีดนาโน  การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา  กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา



รับคำแนะนำจากแพทย์


วิธีการรักษา
  • การรักษาอุดเส้นเลือดของเนื้องอกแบบใหม่ - HepaSphere...

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • นพ.หยางชิงเฟิง...

การรักษาที่กำลังนิย
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)

  • การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด

  • วิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรจีน

  • การรักษาด้วยมีดนาโน (IRE)

  • การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ

  • การรักษาให้คีโมเฉพาะจุดผ่านทางเส้นเลือด

  • การรักษาด้วยคีโมร้อนบริเวณช่องท้อง

  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ