หน้าหลัก / เรื่องราวของผู้ป่วย

สามีภรรยาเป็นมะเร็งปอดเหมือนกัน แต่ฟูด้าพลิกผลลัพธ์การรักษา

None

Author:NoneFrom:FUDA

  

ny24_517497.png


  “โอ้พระเจ้า! หรือว่าทุกความทรมานที่ผ่านมา จะต้องเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง?”

  นี่คือประโยคแรกที่ผุดขึ้นมาในใจของ เสี่ยวเจียง ชาวมาเลเซียเชื้อสายจีน เมื่อทราบว่าคุณพ่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งปอด

  เมื่อหลายปีก่อน คุณแม่ของเขาเสียชีวิตจากมะเร็งปอด หลังต้องต่อสู้กับโรคร้ายและผ่านการรักษาที่ยาวนานถึง 4 ปี ความทุกข์ทรมานในช่วงเวลานั้นยังคงเป็นบาดแผลและเงาที่ติดอยู่ในใจของทุกคนในครอบครัวมาจนถึงทุกวันนี้

  เมื่อโชคชะตาดูเหมือนจะนำเรื่องร้ายกลับมาเคาะประตูบ้านอีกครั้ง ความกังวลและหวาดหวั่นของเสี่ยวเจียงจึงเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ไม่ยาก

  

image.png


  เสี่ยวเจียงและครอบครัวประกอบธุรกิจร้านอาหาร เมื่อประมาณ 2 ปีก่อน คุณพ่อเริ่มมีอาการ ไอปนเลือด หายใจเหนื่อย และหอบง่าย โดยเฉพาะเวลาเดินกลับเดินช้ากว่าผู้สูงอายุที่อายุมากกว่า และเพียงแค่เดินขึ้นทางลาดก็หอบอย่างรุนแรง

  เมื่อเริ่มตระหนักว่าร่างกายอาจมีความผิดปกติ คุณพ่อจึงเข้ารับการตรวจที่โรงพยาบาลในประเทศ ผลตรวจที่ได้รับเปรียบเสมือน สายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ โดยพบว่า กลีบหน้าของปอดขวามีก้อนเนื้อ (Mass) มีความผิดปกติของความหนาแน่นบริเวณ ขั้วปอดขวา ร่วมกับ การอุดตันของหลอดลม จากการตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็น มะเร็งปอดชนิดสความัสเซลล์ (Squamous Cell Carcinoma) ของปอดขวา

  ต่อมาผลการตรวจ PET-CT ทั้งร่างกาย ยังพบว่า โรคได้แพร่กระจายไปยัง ต่อมน้ำเหลืองในช่องอก (Mediastinum) และ ต่อมน้ำเหลืองเหนือ-ใต้กระดูกไหปลาร้าด้านขวา อีกทั้งยังพบรอยโรคที่สงสัยว่าเป็น การแพร่กระจายไปยังกระดูกต้นขาขวาส่วนปลาย (Right Distal Femur) อีกด้วย

  ผลการตรวจ ยีนกลายพันธุ์ (Genetic Testing) ในช่วงแรกสร้างความผิดหวังให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก เนื่องจาก ไม่พบการกลายพันธุ์ที่สามารถรักษาด้วยยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) ได้

  อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีอยู่บ้าง เพราะผลตรวจพบว่า PD-L1 มีการแสดงออกในระดับสูง (TPS = 60%) ซึ่งหมายความว่าผู้ป่วยมีโอกาสตอบสนองต่อ การรักษาด้วยภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ได้ดี

  ในช่วงเวลานั้น เพื่อนของคุณพ่อได้แนะนำให้เดินทางมารักษาที่ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เมืองกว่างโจว ประเทศจีน โดยเล่าว่า ลูกสาวของเขาเคยได้รับการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลในท้องถิ่นว่า หมดโอกาสรักษาแล้ว แต่หลังเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลฟูด้า ก็สามารถกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดี จนปัจจุบันเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ

  อย่างไรก็ตาม ด้วยความกังวลว่าการเดินทางไปรักษาต่างประเทศจะลำบากเกินไป คุณพ่อจึงตัดสินใจรับการรักษาด้วย ภูมิคุ้มกันบำบัดในประเทศรวม 14 คอร์ส

  “ช่วงแรกการรักษาได้ผลดี แต่หลังจากนั้นก็เริ่มไม่ได้ผลแล้ว” เสี่ยวเจียงเล่าย้อนความหลัง

  จนกระทั่ง กลางเดือนเมษายน ปี 2025 ผลตรวจติดตามพบว่า ก้อนมะเร็งในปอดขวาโตขึ้นเป็นประมาณ 10.5 เซนติเมตร และลุกลามโอบล้อมหลอดเลือดปอด ขณะเดียวกัน ต่อมน้ำเหลืองในช่องอกก็มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม

  แพทย์ในท้องถิ่นแจ้งว่าทางเลือกที่เหลือคือ การให้เคมีบำบัด แต่ผลการรักษาอาจไม่เป็นที่น่าพอใจ เมื่อนึกถึงความทุกข์ทรมานที่ภรรยาเคยเผชิญระหว่างการรักษาในอดีต คุณพ่อจึงรู้สึกหมดหวัง และเคยพูดขึ้นมาว่า

  “ถ้าสุดท้ายผลลัพธ์ยังเป็นแบบนี้... งั้นไม่รักษาเสียยังจะดีกว่า”

  แต่ความหวัง มักซ่อนอยู่ตรงทางแยกที่คาดไม่ถึง

  เมื่อนึกถึงประสบการณ์ของลูกสาวเพื่อนที่สามารถกลับมามีชีวิตใหม่ได้หลังเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เสี่ยวเจียงและคุณพ่อจึงตัดสินใจเดินทางมายังเมืองกว่างโจว ประเทศจีน

  ที่นี่ พวกเขาได้ทราบว่ามีทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การให้ยาเคมีบำบัดผ่านหลอดเลือดแดงเฉพาะจุด (Transcatheter Arterial Infusion Chemotherapy) ซึ่งสามารถส่งยาเข้าสู่หลอดเลือดที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็งโดยตรง ช่วยเพิ่มความเข้มข้นของยาในก้อนมะเร็งและลดผลข้างเคียงต่อร่างกาย รวมถึง การจี้เย็นทำลายก้อนมะเร็ง (Cryoablation) ที่มีแผลเล็กและไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ทำให้ทั้งสองคนกลับมามีความหวังและมั่นใจที่จะเริ่มต้นการรักษาอีกครั้ง

  ในเดือน พฤษภาคม 2025 เสี่ยวเจียงพาคุณพ่อเดินทางมาถึงโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้าเป็นครั้งแรก ผลตรวจหลังเข้ารับการรักษาพบว่า นอกจากก้อนมะเร็งในปอดและต่อมน้ำเหลืองในช่องอกจะมีขนาดใหญ่ขึ้นแล้ว ยังพบว่า มะเร็งได้แพร่กระจายไปยังสมอง ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการตามัว

  จากความซับซ้อนของโรค โรงพยาบาลจึงจัดการประชุม สหสาขาวิชาชีพ (MDT: Multidisciplinary Team) เพื่อร่วมกันวางแผนการรักษา โดย นพ.หลี่ น่า แพทย์ผู้ดูแล ได้ออกแบบแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ดังนี้

  รอยโรคที่สมอง: รักษาด้วย Gamma Knife

  ก้อนมะเร็งในปอดและต่อมน้ำเหลืองในช่องอก: รักษาด้วย การให้ยาเคมีบำบัดผ่านหลอดเลือดแดงเฉพาะจุด      เพื่อส่งยาเข้าสู่ก้อนมะเร็งโดยตรง

  การรักษาทั่วร่างกาย: ปรับเปลี่ยนชนิดของยาภูมิคุ้มกันบำบัด      เพื่อเสริมประสิทธิภาพร่วมกับการรักษาเฉพาะที่

  หลังผ่านการรักษาหลายคอร์ส ผลลัพธ์เป็นไปในทิศทางที่น่าพอใจ ก้อนมะเร็งในปอดและต่อมน้ำเหลืองค่อย ๆ มีขนาดเล็กลง ความสามารถในการทำงานของเซลล์มะเร็งลดลงอย่างชัดเจน จากการตรวจภาพถ่ายไม่พบรอยโรคแพร่กระจายที่สมองอีก และไม่พบการแพร่กระจายที่ชัดเจนในส่วนอื่นของร่างกาย

  นอกจากนี้ CYFRA21-1 ซึ่งเป็น สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor Marker) ที่สำคัญสำหรับมะเร็งปอดชนิดสความัสเซลล์ ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง จนกลับเข้าสู่ระดับปกติ สะท้อนให้เห็นว่าการรักษาได้ผลเป็นอย่างดี


image.png


  “ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา คุณพ่อของผมใช้ชีวิตได้แทบไม่ต่างจากคนปกติ” เสี่ยวเจียงกล่าวด้วยความรู้สึกตื้นตัน

  เมื่อเปรียบเทียบกับความทุกข์ทรมานที่คุณแม่ต้องเผชิญในอดีต เส้นทางการรักษาของคุณพ่อแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะแทบ ไม่มีผลข้างเคียงรุนแรง ร่างกายฟื้นตัวได้ดี และยังสามารถรักษาคุณภาพชีวิตเอาไว้ได้

  การที่ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็งปอด ทำให้เสี่ยวเจียงตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกัน เขาจึงเข้ารับ การตรวจยีนที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงของโรคมะเร็ง ด้วยตนเอง ซึ่งนับว่าเป็นข่าวดี เพราะผลตรวจไม่พบความผิดปกติ

  อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่าปัจจัยสำคัญที่อาจเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคคือ ควันจากการประกอบอาหาร เนื่องจากครอบครัวทำธุรกิจร้านอาหารมานานหลายสิบปี และคุณแม่ต้องทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยควันน้ำมันเป็นเวลานาน

  งานวิจัยหลายฉบับยังพบว่า ควันจากการประกอบอาหารสามารถก่อให้เกิดความเสียหายต่อ DNA และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง จึงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงสำคัญของ มะเร็งปอดในผู้หญิงที่ไม่สูบบุหรี่

  ตลอดการต่อสู้กับโรค คุณพ่อเองก็ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างจริงจัง ไม่ว่าจะเป็น เลิกสูบบุหรี่มานานกว่า 10 ปี ดูแลสุขภาพจิต รับประทานอาหารให้สมดุล และนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ แม้จะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งเหล่านี้กลับกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้การรักษาได้ผลและช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

  

343.jpg


  เมื่อกล่าวถึง โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เสี่ยวเจียงกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า

  “ที่นี่มีเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัย แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาได้อย่างรวดเร็ว บุคลากรทางการแพทย์ดูแลผู้ป่วยอย่างละเอียดและใส่ใจ อีกทั้งปัญหาเฉพาะทางต่าง ๆ ก็ได้รับการแก้ไขอย่างทันท่วงที”

  สำหรับเสี่ยวเจียง การรักษาที่ผสานทั้ง ความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ และ ความเอาใจใส่ต่อผู้ป่วย คือสิ่งที่ผู้ป่วยต้องการมากที่สุด และเป็นเสมือน “เรือแห่งความหวัง” ที่ช่วยพาผู้ป่วยและครอบครัวก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากของชีวิตได้อย่างแท้จริง

  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้

  เทคนิคการรักษาด้วยความเย็น | โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโจว

  https://www.youtube.com/watch?v=sj4aoHa0bhw&t=11s

  เจาะลึก! "คีโมเฉพาะจุด" ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง

  https://www.youtube.com/watch?v=Ya_u2m8Zzyc

  คีโมเฉพาะจุด | โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้ากว่างโจว

  https://www.youtube.com/watch?v=yCDgBc0067M&t=7s



  ปรึกษาโรคมะเร็ง

  หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น  การรักษาด้วยมีดนาโน  การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา  กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา



รับคำแนะนำจากแพทย์


วิธีการรักษา
  • การรักษาอุดเส้นเลือดของเนื้องอกแบบใหม่ - HepaSphere...

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • นพ.หยางชิงเฟิง...

การรักษาที่กำลังนิย
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)

  • การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด

  • วิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรจีน

  • การรักษาด้วยมีดนาโน (IRE)

  • การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ

  • การรักษาให้คีโมเฉพาะจุดผ่านทางเส้นเลือด

  • การรักษาด้วยคีโมร้อนบริเวณช่องท้อง

  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ