หน้าหลัก / เรื่องราวของผู้ป่วย

ฟูด้าช่วยหญิงมะเร็งเต้านมก้อนโต 19 ซม. เคยถูกปฏิเสธรักษา กลับมาขี่มอเตอร์ไซค์ได้อีกครั้ง

None

Author:NoneFrom:FUDA


ny02_477933.jpg


  กินไม่ได้ นอนไม่หลับ เดินแทบไม่ได้ ก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่ ส่งกลิ่นเหม็น สกปรก และเจ็บปวดอย่างรุนแรง... เมื่อเธอและครอบครัวถึงกับคุกเข่าขอร้องให้แพทย์รับรักษา สิ่งที่ได้รับกลับมาคือการปฏิเสธอย่างเย็นชา

  เสี่ยวเหอ (นามสมมติ) หญิงชาวมณฑลหูหนาน ประเทศจีน อายุยังไม่ถึง 40 ปี แต่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งเต้านมมานานถึง 5 ปี

  

image.png


  ทุกอย่างเริ่มต้นจากก้อนเนื้อที่ถูกบอกว่า "ไม่เป็นอะไร"

  เรื่องราวทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อ 6 ปีก่อน ระหว่างอาบน้ำ เธอคลำพบก้อนผิดปกติที่เต้านม จึงไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ แพทย์แจ้งว่าไม่น่าเป็นอันตราย อาจเป็นเพียงก้อนเนื้อเล็ก ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเครียดและการเก็บกดอารมณ์ของเธอ แต่ก้อนที่ถูกบอกว่า "ไม่เป็นอะไร" กลับโตขึ้นเรื่อย ๆ จนผลตรวจชิ้นเนื้อยืนยันว่าเป็น มะเร็งเต้านม

  เธอเข้ารับเคมีบำบัดที่โรงพยาบาลในพื้นที่ทั้งหมด 6 ครั้ง ทำให้ก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลง เธอจึงรู้สึกโล่งใจและตัดสินใจไม่เข้ารับการผ่าตัด แต่หันไปรักษาด้วยยาสมุนไพรจีนตามคำแนะนำของคนรอบข้างที่บอกว่าสามารถรักษาให้หายได้ ทว่าผ่านไปกว่าหนึ่งปี ก้อนมะเร็งกลับมาโตอีกครั้ง

  ครั้งนี้เธอจึงเข้ารับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมแบบถอนรากถอนโคน (Radical Mastectomy) หลังผ่าตัดเธอยังคงรับประทานยาสมุนไพรจีนต่อ เพราะเชื่อว่าจะช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำของโรค

  อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากนั้น มะเร็งก็กลับมาอีก เริ่มจากมีก้อนเนื้อใหม่เกิดขึ้นบริเวณแผลผ่าตัด พร้อมมีหนองไหลออกมา ก่อนที่อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว ก้อนมะเร็งที่ผนังทรวงอกด้านซ้ายขยายใหญ่เกือบ 19 เซนติเมตร ลุกลามเข้าสู่กล้ามเนื้อหน้าอกด้านซ้ายและนูนทะลุผิวหนังออกมา นอกจากนี้ยังพบก้อนมะเร็งที่ผนังหน้าท้องด้านซ้ายขนาดกว่า 9 เซนติเมตร รวมทั้งพบการแพร่กระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้และปอดอีกด้วย

  คุกเข่าขอให้รักษา แต่กลับได้รับคำตอบว่า "รักษาไม่ได้"

  อาการของเสี่ยวเหอทรุดลงทุกวัน ร่างกายอ่อนแรงจนแม้แต่การเดินก็กลายเป็นเรื่องยาก เธอเริ่มตระหนักว่ายาสมุนไพรจีนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถรักษาโรคได้ จึงเดินทางไปขอรับการรักษาที่โรงพยาบาลในพื้นที่ แต่กลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากก้อนมะเร็งมีขนาดใหญ่มาก แตกเป็นแผลและมีหนองไหล เธอและครอบครัวถึงกับคุกเข่าขอร้องให้แพทย์รับรักษา แต่สิ่งที่ได้รับมีเพียงคำตอบสั้น ๆ ว่า "คุกเข่าก็ไม่มีประโยชน์ รักษาไม่ได้"

  ต่อมาเธอถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน ได้รับการให้เลือดและอัลบูมิน แต่แม้แต่การหายใจก็ยังเป็นเรื่องยาก เธอไออย่างต่อเนื่องโดยแทบไม่มีใครเข้ามาดูแล มีเพียงคำสั่งว่า "เปิดออกซิเจนให้แรงขึ้น" วันนั้นเธอหันไปบอกสามีว่า "ไม่รักษาแล้ว ถ้าจะตาย ก็ขอตายที่บ้าน"

  ครอบครัวยังไม่ยอมแพ้ จึงพาเธอไปรักษากับหมอสมุนไพร ทั้งรับประทานยาและพอกยาภายนอก แต่ผลที่ตามมากลับทำให้เธอท้องเสีย มีผื่นขึ้นทั่วตัว และแผลมะเร็งที่แตกก็ยิ่งปวดทรมานกว่าเดิม

  ในช่วงที่แทบหมดหนทาง ครอบครัวได้ทราบว่าเพื่อนบ้านสองสามีภรรยาเคยป่วยเป็นมะเร็ง โดยเฉพาะฝ่ายภรรยาที่เป็นมะเร็งเต้านม และเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เมืองกว่างโจว มาหลายปี โดยยังมีอาการและคุณภาพชีวิตที่ดี ครอบครัวจึงพยายามโน้มน้าวให้เสี่ยวเหอลองไปรักษาที่นั่น

  แต่เสี่ยวเหอไม่เต็มใจ หลังจากต่อสู้กับโรคมาหลายปี เธอทั้งเหนื่อยกายและเหนื่อยใจ อีกทั้งกังวลว่าตัวเองอาจไปไม่ถึงกว่างโจวด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม ครอบครัวยังคงยืนกราน และหลังจากได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลฟูด้า ซึ่งให้คำแนะนำและให้กำลังใจอย่างละเอียด เธอจึงลังเลก่อนจะตอบตกลงว่า "งั้นก็ลองดูสักครั้ง"

  ในเดือนมีนาคมปีนี้ เสี่ยวเหอถูกครอบครัวเข็นรถเข็นเข้าสู่แผนกอายุรกรรมมะเร็ง 6 ของโรงพยาบาลมะเร็งฟูด้า เมื่อมาถึง เธอกลับไม่เห็นภาพผู้ป่วยจำนวนมากหรือบรรยากาศวุ่นวายอย่างที่คาดไว้ จึงอดสงสัยในใจไม่ได้ว่า "โรงพยาบาลแห่งนี้... จะเชื่อถือได้จริงหรือ?"

  เพียงไม่กี่คอร์สการรักษา จากผู้ป่วยนั่งรถเข็น สู่การขี่มอเตอร์ไซค์ได้อีกครั้ง

  เมื่อเข้ารับการรักษา เสี่ยวเหอมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต ทั้งภาวะโลหิตจาง ระดับอัลบูมินในเลือดต่ำ ขาทั้งสองข้างบวม มีน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดจำนวนมาก หายใจลำบาก และมีภาวะเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ นอกจากนี้ แผลมะเร็งบริเวณผนังทรวงอกและผนังหน้าท้องด้านซ้ายยังอยู่ในสภาพรุนแรง มีของเหลวไหลออกจากแผลมากกว่า 80 มิลลิลิตรต่อวัน และส่งกลิ่นเหม็นอย่างรุนแรง

  หัวหน้าพยาบาล อิ่นเหวินเจวียน ประเมินบาดแผลอย่างละเอียด พบว่าแผลมีของเหลวซึมออกมาก มีกลิ่นเหม็นรุนแรง และมีความเสี่ยงต่อการเกิดเลือดออกสูง เนื่องจากเสี่ยวเหอไม่สามารถรับภาระค่าใช้จ่ายของอุปกรณ์ดูดระบายแรงดันลบแบบต่อเนื่องได้ ทีมแพทย์และพยาบาลจึงร่วมกันประดิษฐ์ชุดอุปกรณ์ดูดระบายแรงดันลบแบบง่ายขึ้นมา เพื่อใช้รักษาแทน

  ในช่วงแรกของการทำแผล เสี่ยวเหอปฏิเสธการรักษาหลายครั้ง พร้อมพูดว่า "ไม่ต้องทำแล้ว ปล่อยให้มันเน่าไปเถอะ ยังไงฉันก็ต้องตายอยู่ดี" แต่พยาบาลไม่ได้โต้แย้ง เพียงจับมือเธอไว้และพูดอย่างอ่อนโยนว่า "วันนี้เราลองทำแค่ครั้งเดียว ให้แผลสบายขึ้นก่อน ถ้าไม่ไหว เราค่อยหยุด"

  การทำแผลครั้งนั้นใช้เวลานานถึง 2 ชั่วโมง เมื่อเสร็จสิ้น เสี่ยวเหอบอกว่ารู้สึกสบายตัวขึ้นมาก และเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบพยาบาลที่ดูแลทำแผลอย่างพิถีพิถัน พร้อมให้กำลังใจเธอด้วยความอดทนตลอดการรักษา

  

image.png

△ หัวหน้าพยาบาล อิ่นเหวินเจวียน กำลังเปลี่ยนผ้าปิดแผลให้กับเสี่ยวเหอ


  ขณะเดียวกัน ทีมแพทย์นำโดย นพ.หลี่หงเหมย ได้วางแผนการรักษาแบบประคับประคองอย่างเป็นระบบ เพื่อแก้ไขภาวะอัลบูมินในเลือดต่ำและควบคุมภาวะน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอด พร้อมทำการเจาะชิ้นเนื้อก้อนมะเร็งบริเวณผนังทรวงอก ผลตรวจทางพยาธิวิทยายืนยันว่าเป็น มะเร็งเต้านมชนิดท่อน้ำนมชนิดลุกลามแบบสามลบ (Triple-negative Invasive Ductal Carcinoma) และผลตรวจ PD-L1 Immunohistochemistry พบว่า TP ≥10% และ IP ≥10%

  จากผลการตรวจและสภาพร่างกายของผู้ป่วย ทีมแพทย์จึงวางแผนรักษาด้วย เคมีบำบัดเฉพาะจุดร่วมกับการอุดหลอดเลือด (TACE : Transcatheter Arterial Chemoembolization) โดยให้ยาเคมีบำบัดออกฤทธิ์ตรงบริเวณก้อนมะเร็ง พร้อมใช้อุปกรณ์อุดหลอดเลือดเพื่อตัดการไหลเวียนเลือดที่หล่อเลี้ยงก้อนมะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งขาดเลือดและค่อย ๆ ตาย นอกจากนี้ยังรักษาร่วมกับ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เพื่อกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้สามารถจดจำและทำลายเซลล์มะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

  หลังผ่านการรักษาเพียง 2 คอร์ส ผล CT SCAN แสดงให้เห็นว่าก้อนมะเร็งมีขนาดเล็กลงอย่างต่อเนื่อง และปริมาณน้ำในช่องเยื่อหุ้มปอดลดลงอย่างชัดเจน ปัจจุบันก้อนมะเร็งบริเวณผนังทรวงอกและผนังหน้าท้องด้านซ้ายหายไปแล้ว ขณะที่แผลจากก้อนมะเร็งก็หดเล็กลงมาก จากเดิมที่แม้แต่ยืนยังทำได้ลำบาก วันนี้เธอกลับบ้านและสามารถขี่รถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอกได้ด้วยตัวเองอีกครั้ง

  

image.png

เปรียบเทียบผล CT Scan

  “บุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งนี้ดูแลฉันดีมาก ทั้งอดทน เอาใจใส่ และไม่เคยรังเกียจฉันเลย” เธอกล่าว พร้อมยอมรับว่า การป่วยเป็นมะเร็งนั้นทรมานอย่างมาก แต่โชคดีที่ครอบครัวไม่เคยยอมแพ้ แม้จะต้องคอยบังคับและคะยั้นคะยอให้เธอมารักษาที่โรงพยาบาลฟูด้า จนทำให้เธอได้รับ “โอกาสที่จะมีชีวิตอีกครั้ง”

  

image.png
323.jpg

  ส่งท้าย

  ตลอดระยะเวลา 5 ปี ของการต่อสู้กับโรคมะเร็ง เสี่ยวเหอต้องเผชิญกับการกลับมาเป็นซ้ำของโรคครั้งแล้วครั้งเล่า จนแทบหมดเรี่ยวแรงทั้งร่างกายและจิตใจ แต่ท้ายที่สุด ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งปราศจากความวุ่นวายและความเย็นชา เธอกลับได้รับการดูแลที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า ทั้งการรับฟังอย่างตั้งใจ การทำแผลด้วยความอดทน สายตาที่ไม่รังเกียจ และแผนการรักษาที่ออกแบบขึ้นโดยคำนึงถึงตัวเธออย่างแท้จริง


  ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้านล่างนี้

  คีโมแบบใหม่ คีโมเฉพาะจุด ผลค้างเคียงต่ำ

  https://www.youtube.com/watch?v=KGq4FwVhVQY

  เจาะลึก! "คีโมเฉพาะจุด" ทางเลือกใหม่ของผู้ป่วยมะเร็ง

  https://www.youtube.com/watch?v=Ya_u2m8Zzyc


  ปรึกษาโรคมะเร็ง

  หากคุณต้องการทราบว่าผู้ป่วยเหมาะสำหรับการรักษาแบบบาดแผลเล็กหรือไม่ (การรักษาด้วยความเย็น  การรักษาด้วยมีดนาโน  การรักษาเฉพาะจุดแบบอุดตันเส้นเลือด ฯลฯ) และค่าใช้จ่ายในการรักษา  กรุณากรอกข้อมูลผู้ป่วย เพื่อรับคำแนะนำจากทีมแพทย์มะเร็งผู้เชี่ยวชาญของเรา



รับคำแนะนำจากแพทย์


วิธีการรักษา
  • การรักษาอุดเส้นเลือดของเนื้องอกแบบใหม่ - HepaSphere...

แพทย์ที่เกี่ยวข้อง
  • นพ.หยางชิงเฟิง...

การรักษาที่กำลังนิย
  • การรักษาด้วยความเย็น (Cryosurgical Ablation, CSA)

  • การรักษาด้วยการให้ยาผ่านทางเส้นเลือด

  • การรักษาด้วยมีดนาโน (IRE)

  • วิธีการรักษาผู้ป่วยด้วยยาสมุนไพรจีน

  • การรักษาด้วยคลื่นไมโครเวฟ

  • การรักษาด้วยคีโมร้อนบริเวณช่องท้อง

  • การรักษาให้คีโมเฉพาะจุดผ่านทางเส้นเลือด

  • โรงพยาบาลมะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ
  • โรงพยาบาลมะเร็งที่ได้รับรองมาตรฐาน JCI ระดับนานาชาติ
  • ศูนย์ฝึกอบรมการรักษาด้วยความเย็นแห่งเอเชีย
  • ศูนย์ชีวการแพทย์กว่างโจวสถาบันวิทยาศาสตร์จีนและเวชศาสตร์ปริวรรตสถาบันสุขภาพ